กทม.ใช้งบจัดเลือกตั้ง 154 ล้าน

 
            การเลือกตั้ง ในวันที่ 5 ตุลาคม 2551 รวมใช้งบประมาณดำเนินการทั้งสิ้น 154,024,265 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเมื่อปี 2547 ที่ใช้งบประมาณจำนวน 48 ล้านบาท เนื่องจากมีจำนวนหน่วยเลือกตั้งเพิ่มขึ้นจากเดิม 5,999 หน่วยเลือกตั้ง เป็น 6,337 หน่วยเลือกตั้ง ทำให้ต้องเพิ่มงบประมาณในการจัดอุปกรณ์และบุคลากรในการปฏิบัติงาน ประกอบกับมีการปรับค่าตอบแทนของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งและค่าพาหนะสูงขึ้นกว่าเดิม ซึ่งหากผู้สมัครที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) และมีคำสั่งให้จัดการเลือกตั้งใหม่ ผู้สมัครรายนั้นจะต้องชดใช้เป็นเงินไม่เกิน 154 ล้านบาท ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ไม่มีลงคะแนนล่วงหน้า

            ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. นั้น พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 ไม่ได้กำหนดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า ดังนั้นประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรตรวจสอบบัญชีรายชื่อของตนและสถานที่เลือกตั้งให้ถูกต้อง เพื่อไปใช้สิทธิเลือกตั้งโดยพร้อมเพรียงกันในวันที่ 5 ตุลาคม 2551 เวลา 08.00 – 15.00 น. วันเดียวเท่านั้น ทั้งนี้ สำนักงานเขตจะจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและส่งไปรษณีย์ไปยังเจ้าบ้าน เพื่อแจ้งจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 19 กันยายน ขอให้เจ้าบ้านโปรดตรวจสอบรายชื่อให้เรียบร้อย โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จะต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย หรือหากแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยไม่น้อยกว่า 5 ปี อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์หรือเกิดก่อนวันที่ 3 มกราคม 2533 ที่สำคัญต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตกรุงเทพมหานครติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง หรือก่อนวันที่ 6 ตุลาคม 2550
            หากตรวจสอบรายชื่อแล้วพบตกหล่น ไม่ถูกต้อง หรือมีรายชื่อผู้อื่นแฝงโดยมิได้รับอนุญาต ให้แจ้งเพิ่มชื่อ – ถอนชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 24 กันยายน 2551 ณ สำนักงานเขตพื้นที่ โดยปัจจุบันมีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น 4,259,197 คน

หลังปิดลงคะแนน นำหีบบัตรไปนับคะแนนที่เขต

            ภายหลังปิดหีบบัตรเลือกตั้ง เวลา 15.00 น.ของวันที่ 5 ตุลาคม 2551 เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งจะนำหีบบัตรไปส่งยังสำนักงานเขตพื้นที่หรือสถานที่ซึ่งเขตกำหนดให้เป็นที่นับคะแนน (โดยส่วนใหญ่จะนับคะแนนที่สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต) โดยกำหนด 1 เขตปกครองให้มีสถานที่นับคะแนน 1 แห่ง รวมมีสถานที่นับคะแนนทั้งสิ้น 50 แห่ง เพื่อทำการตรวจนับบัตรเลือกตั้ง และนำบัตรเลือกตั้งมาคละกันเพื่อไม่ให้รู้ว่าเป็นบัตรเลือกตั้งมาจากหน่วยเลือกตั้งใด และดำเนินการนับคะแนนตามขั้นตอน โดยสถิติการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเมื่อปี 2547 มีจำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งร้อยละ 62.50

 
 
ธนรัตน์/ปาริชาติ : ฝ่ายเผยแพร่ กองประชาสัมพันธ์