การขอสำเนาทะเบียนบ้าน 
กรณีมีบ้านเลขที่แล้ว แต่ยังไม่ได้รับสำเนาทะเบียนบ้าน
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่บ้านตั้งอยู่ในพื้นที่ 
หลักฐาน
   1. บัตรประจำตัวของเจ้าบ้านหรือเจ้าของกรรมสิทธิ์
   2. กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินแทน
       - บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบหมาย 
       - หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)
   3. หลักฐานแสดงการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง

กรณีสำเนาทะเบียนบ้านสูญหายหรือถูกทำลาย
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตตามหลักฐานทะเบียนบ้าน 
หลักฐาน
   1. บัตรประจำตัวของเจ้าบ้าน
   2. กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
       - บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบหมาย 
       - หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)
ค่าธรรมเนียม : ฉบับละ 20 บาท

กรณีสำเนาทะเบียนบ้านชำรุดในสาระสำคัญ

ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตตามหลักฐานทะเบียนบ้าน 
หลักฐาน
   1. บัตรประจำตัวของเจ้าบ้าน
   2. กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
       - บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบหมาย 
       - หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)
   3. สำเนาทะเบียนบ้านที่ชำรุด
ค่าธรรมเนียม : ฉบับละ 20 บาท
 
การแจ้งเกิด
การแจ้งเกิดกรณีเด็กเกิดในสถานพยาบาลที่ตั้งอยู่ในท้องที่สำนักทะเบียน
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่เด็กเกิด เช่น เด็กเกิดที่โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่
เขตบางกอกน้อย การแจ้งการเกิดจะแจ้งที่ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตบางกอกน้อย เป็นต้น
หลักฐาน
   1. บัตรประจำตัวของผู้แจ้ง (บิดา หรือมารดา หรือเจ้าบ้านที่เด็กเกิด)
   2. กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
       - บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบหมาย 
       - หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)
   3. หนังสือรับรองการเกิดตามแบบพิมพ์ ท.ร. 1/1 (โรงพยาบาลที่เด็กเกิดออกให้)
   4. บัตรประจำตัวของบิดามารดา (ถ้ามี)
   5. สำเนาทะเบียนบ้าน กรณีเพิ่มชื่อเข้าทะเบียนบ้านในเขตท้องที่ที่เด็กเกิด
ข้อควรทราบ : แจ้งเกิดภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เด็กเกิด หากเกินกำหนดมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
 
การแจ้งตาย
การแจ้งตายกรณีปกติทั่วไป
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่มีคนตายหรือพบศพ เช่น มีคนตายที่
โรงพยาบาลกลาง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย จะต้องแจ้งการตายที่ฝ่ายทะเบียน
สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เป็นต้น 
หลักฐาน
   1. บัตรประจำตัวของผู้แจ้ง
       - คนตายในบ้านหรือสถานพยาบาลให้เจ้าบ้านเป็นผู้แจ้ง
       - คนตายในบ้านที่ไม่มีเจ้าบ้านให้ผู้พบศพเป็นผู้แจ้ง
       - คนตายนอกบ้านให้บุคคลที่ไปกับผู้ตายหรือผู้พบศพเป็นผู้แจ้ง
   2. กรณีมอบหมายให้ผู้ดำเนินการแทน
       - บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบหมาย 
       - หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)
   3. หนังสือรับรองการตายตามแบบ ท.ร. 4/1 กรณีคนตายในสถานพยาบาล
   4. หลักฐานของผู้ตาย (ถ้ามี)

การแจ้งตายกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าตายด้วยโรคติดต่อ หรือตายโดยผิดธรรมชาติ (อุบัติเหตุ ฆ่าตัวตาย ถูกผู้อื่นฆ่าหรือตายโดยไม่ทราบสาเหตุ)
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่มีคนตาย เช่น มีคนตายโดยไม่ทราบสาเหตุบริเวณ
ท่าพระจันทร์ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตพระนคร จะต้องแจ้งการตายที่ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตพระนคร เป็นต้น
หลักฐาน
   1. บัตรประจำตัวของผู้แจ้ง
       - คนตายในบ้านให้เจ้าบ้านเป็นผู้แจ้ง
       - คนตายในบ้านที่ไม่มีเจ้าบ้านให้ผู้พบศพเป็นผู้แจ้ง
       - คนตายนอกบ้านให้บุคคลที่ไปกับผู้ตายหรือผู้พบศพเป็นผู้แจ้ง
    2. กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
        - บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบหมาย 
        - หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)
    3. หลักฐานการรับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือสถาบันนิติเวช หรือหนังสืออนุญาตจากพนักงาน
ผู้มีหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่ออันตรายแล้วแต่กรณี
    4. หนังสือรับรองการตาย (ถ้ามี)
    5. หลักฐานของผู้ตาย (ถ้ามี) 
ข้อควรทราบ : แจ้งการตายภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาตายหรือพบศพ หากเกินกำหนดมีโทษปรับ
ไม่เกิน 1,000 บาท

การขอเปลี่ยนแปลงการจัดการศพ
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่ศพตั้งอยู่ เช่น ศพตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัดบางพลัด
ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตบางพลัด การขอเปลี่ยนแปลงการจัดการศพจะต้องยื่นที่ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตบางพลัด
เป็นต้น
หลักฐาน
   1. บัตรประจำตัวของผู้แจ้ง (เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ตาย)
   2. กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
       - บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบหมาย 
       - หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)
   3. มรณบัตร
 
การแจ้งย้ายออก
การแจ้งย้ายออกกรณีปกติทั่วไป
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่ผู้ย้ายมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน 
หลักฐาน
   1. บัตรประจำตัวของเจ้าบ้าน
   2. กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
       - บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบหมาย 
       - หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)
   3. สำเนาทะเบียนบ้านที่จะแจ้งย้ายออก
ข้อควรทราบ : กรณีคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาวและกัมพูชา ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ใน
ราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ถ้าย้ายออกนอกพื้นที่กรุงเทพมหานคร ใช้บัตรประจำตัวหรือแบบรับรองรายการ
ทะเบียนประวัติ และหนังสืออนุญาตออกนอกเขตจังหวัดของสำนักงานศูนย์ดำเนินการเกี่ยวกับผู้อพยพ กระทรวงมหาดไทย
      บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนย้ายที่อยู่ ใช้บัตรประจำตัวหรือแบบรับรองรายการทะเบียนประวัติ และหนังสือ
อนุญาตออกนอกเขต จากสำนักงานกิจการความมั่นคงภายใน กรมการปกครอง

การแจ้งย้ายออกและย้ายเข้าในเขตเดียวกัน 

ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่ผู้ย้ายมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน 
หลักฐาน
   1. บัตรประจำตัวของเจ้าบ้าน และสำเนาทะเบียนบ้านที่จะแจ้งย้ายออก 
   2. บัตรประจำตัวของเจ้าบ้าน และสำเนาทะเบียนบ้านที่จะแจ้งย้ายเข้า
   3. กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
       - บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบหมาย 
       - หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)

การแจ้งย้ายออกจากทะเบียนบ้านกลางหรือทะเบียนประวัติกลาง

ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่ผู้ย้ายมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลางหรือทะเบียนประวัติกลาง
หลักฐาน
    บัตรประจำตัวของผู้แจ้ง หรือหลักฐานที่แสดงว่าผู้แจ้งเป็นบุคคลเดียวกันกับรายการบุคคลที่จะแจ้งย้ายออก
หากเป็นผู้เยาว์ให้บิดา หรือมารดา หรือผู้ปกครองเป็นผู้แจ้งย้ายออก

การแจ้งย้ายออกของบุคคลที่เดินทางไปต่างประเทศ
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่ผู้ย้ายมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน 
หลักฐาน
       1. บัตรประจำตัวของเจ้าบ้าน
       2. กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
           - บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบหมาย 
           - หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)
       3. สำเนาทะเบียนบ้านที่จะแจ้งย้ายออก
       4. หลักฐานที่แสดงว่าจะเดินทางไปต่างประเทศ (ถ้ามี)
การแจ้งย้ายเข้า

การแจ้งย้ายเข้ากรณีปกติทั่วไป
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่จะย้ายเข้าทะเบียนบ้าน 
หลักฐาน
   1. บัตรประจำตัวของเจ้าบ้าน
   2. กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
       - บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบหมาย 
       - หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)
   3. สำเนาทะเบียนบ้านที่จะแจ้งย้ายเข้า
   4. ใบแจ้งการย้ายที่อยู่ตอนที่ 1,2 ที่ลงลายมือชื่อเจ้าบ้านผู้ยินยอมให้ย้ายเข้าและผู้แจ้งแล้ว
ข้อควรทราบ : กรณีคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาวและกัมพูชา ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ใน
ราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ใช้บัตรประจำตัวหรือแบบรับรองรายการทะเบียนประวัติ และหลักฐานการับรายงาน
ตัวจากสำนักงานศูนย์ดำเนินการเกี่ยวกับผู้อพยพ กระทรวงมหาดไทย
      บุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนย้ายที่อยู่ ใช้บัตรประจำตัวหรือแบบรับรองรายการทะเบียนประวัติ และหลักฐานการรับรายงานตัวจากสำนักงานกิจการความมั่นคงภายในกรมการปกครอง

 

การแจ้งย้ายกรณีเดินทางกลับจากต่างประเทศ
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่บุคคลเดินทางกลับมาจากต่างประเทศมีชื่ออยู่ใน
ทะเบียนบ้านชั่วคราว
หลักฐาน
   1. บัตรประจำตัวของผู้แจ้ง (ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ) 
   2. กรณีย้ายเข้าในเขตสำนักทะเบียนเดียวกันใช้บัตรประจำตัวของเจ้าบ้านและสำเนาทะเบียนบ้าน
ที่จะแจ้งย้ายเข้า
   3. กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
       - บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบหมาย 
       - หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)
หมายเหตุ : กรณีแจ้งย้ายไปเข้าทะเบียนบ้านที่อยู่ต่างสำนักทะเบียนจะได้รับใบแจ้งการย้ายที่อยู่ ตอนที่ 1,2
เพื่อนำไปแจ้งย้ายเข้าตามปกติต่อไป

กรณีย้ายออกแล้วจะย้ายกลับเข้าทะเบียนบ้านเดิมโดยยังไม่ได้ไปแจ้งย้ายเข้าที่อื่น
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่ออกใบแจ้งการย้ายที่อยู่ 
หลักฐาน
   1. บัตรประจำตัวของเจ้าบ้าน
   2. กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
       - บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบหมาย 
       - หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)
   3. สำเนาทะเบียนบ้านที่จะแจ้งย้ายเข้า
   4. ใบแจ้งการย้ายที่อยู่ตอนที่ 1,2 ที่ลงลายมือชื่อเจ้าบ้านผู้ยินยอมให้ย้ายเข้าและผู้แจ้งแล้ว 

กรณีย้ายออกแล้วแต่ผู้ย้ายที่อยู่บางรายถึงแก่ความตายก่อนที่จะไปแจ้งย้ายเข้า
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่จะย้ายเข้าทะเบียนบ้าน 
หลักฐาน
   1. บัตรประจำตัวของเจ้าบ้าน
   2. กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
       - บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบหมาย 
       - หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)
   3. สำเนาทะเบียนบ้านที่จะแจ้งย้ายเข้า
   4. ใบแจ้งการย้ายที่อยู่ตอนที่ 1,2 ที่ลงลายมือชื่อเจ้าบ้านผู้ยินยอมให้ย้ายเข้าและผู้แจ้งแล้ว 
   5. มรณบัตรหรือใบรับแจ้งการตายของผู้ตาย

การแจ้งย้ายที่อยู่ปลายทาง
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่จะย้ายเข้าทะเบียนบ้าน 
หลักฐาน
   1. บัตรประจำตัวของผู้แจ้ง (เจ้าของรายการ) หากเป็นผู้เยาว์ให้บิดา หรือมารดา หรือผู้ปกครองเป็นผู้แจ้ง
   2. บัตรประจำตัวของเจ้าบ้านที่จะย้ายเข้า พร้อมหนังสือยินยอมให้ย้ายเข้าและสำเนาทะเบียนบ้าน
   3. กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
       - บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบหมาย 
       - หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)
ค่าธรรมเนียม : ฉบับละ 20 บาท
ข้อควรทราบ : การแจ้งย้ายเข้าหรือย้ายต้องแจ้งออกภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีคนย้ายเข้าหรือย้ายออก หากเกินกำหนดมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

การจำหน่ายชื่อและรายการบุคคลออกจากทะเบียนบ้านกรณีตาย
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่ผู้ตายมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน 
หลักฐาน
   1. บัตรประจำตัวของเจ้าบ้าน
   2. กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
       - บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบหมาย 
       - หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี)
   3. สำเนาทะเบียนบ้านที่มีรายการของผู้ตาย
   4. หลักฐานการตาย เช่น มรณบัตร ใบรับแจ้งการตาย
ข้อควรทราบ : หลักฐานการตายที่ออกโดยรัฐบาลของประเทศอื่น ต้องได้รับการแปลและรับรองจาก
กระทรวงการต่างประเทศ

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในเอกสารการทะเบียนราษฎร
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่เจ้าของรายการมีชื่อในทะเบียนบ้าน
หลักฐาน
   1. บัตรประจำตัวของผู้แจ้ง (เจ้าของรายการ) กรณีเป็นผู้เยาว์ให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองเป็นผู้แจ้ง
   2. กรณีมอบอำนาจ
       - บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ
       - หนังสือมอบอำนาจ (ติดอากรแสตมป์)
   3. เอกสารการทะเบียนราษฎรที่ต้องการแก้ไขเปลี่ยนแปลง
   4. เอกสารราชการที่ใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงในการขอแก้ไขรายการ


การตรวจ คัดและรับรองเอกสารการทะเบียนราษฎรและรายการจากฐานข้อมูล

สถานที่ยื่นคำร้อง
    1. กรณีขอคัดและรับรองจากเอกสารต้นฉบับ ยื่นคำร้องได้ที่สำนักทะเบียนที่จัดทำเอกสารทะเบียนราษฎร
    2. กรณีขอคัดและรับรองรายการจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ยื่นคำร้องได้ที่ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขต
แห่งใดก็ได้
หลักฐาน
  
1. กรณีเจ้าของรายการมาดำเนินการด้วยตนเอง
       - บัตรประจำตัวของผู้ยื่นคำร้อง
   2. กรณีผู้มีส่วนได้เสียขอคัดรายการของบุคคลอื่น
       - บัตรประจำตัวของผู้ยื่นคำร้อง 
       - เอกสารหลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียพร้อมสำเนา 
   3. กรณีเจ้าของรายการหรือผู้มีส่วนได้เสียมอบให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน
       - บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ 
       - หนังสือมอบอำนาจ (ติดอากรแสตมป์)
   4. กรณีทนายความ
       - บัตรประจำตัวทนายความ
       - หลักฐานการเป็นผู้มีส่วนได้เสีย
       - หากไม่สามารถแสดงหลักฐานการเป็นผู้มีส่วนได้เสียได้ให้บันทึกปากคำทนายความตามแบบพิมพ์
ป.ค. 14

 
คุณสมบัติของผู้ขอมีบัตรประจำตัวประชาชน
      1. มีสัญชาติไทย
      2. อายุตั้งแต่ 7 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
      3. มีชื่อในทะเบียนบ้าน
การขอมีบัตร

กรณีขอมีบัตรเป็นครั้งแรก
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตแห่งใดก็ได้
หลักฐาน
   1. สูติบัตรหรือหลักฐานที่ทางราชการออกให้ที่มีรูปถ่าย เช่น ใบสุทธิ หนังสือเดินทาง เป็นต้น
   2. หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว – ชื่อสกุล (ถ้ามี) 
   3. กรณีที่ไม่มีหลักฐานตามข้อ 1 ให้นำเจ้าบ้านหรือบุคคลที่น่าเชื่อถือมาให้การรับรอง 
   4. กรณีขอมีบัตรเป็นครั้งแรกโดยมีบิดาและมารดาเป็นบุคคลต่างด้าว ใช้หลักฐานใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
ของบิดามารดา หากถึงแก่ความตายให้นำใบมรณบัตรของผู้ที่ถึงแก่ความตายไปแสดง
ข้อควรทราบ : ยื่นคำขอภายใน 60 วัน นับแต่วันที่อายุครบ 7 ปีบริบูรณ์ เกินกำหนดมีโทษปรับไม่เกิน 100 บาท

กรณีเป็นบุคคลได้รับการเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน หรือแจ้งเกิดเกินกำหนด
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตแห่งใดก็ได้
หลักฐาน
    1. กรณีเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน ใช้หลักฐานการเพิ่มชื่อหรือเอกสารที่ทางราชการออกให้
    2. กรณีแจ้งเกิดเกินกำหนดใช้สูติบัตร
    3. เจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือรับรอง
ข้อควรทราบ : ยื่นคำขอภายใน 60 วัน นับแต่วันที่เพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน หากเกินกำหนดมีโทษ
ปรับไม่เกิน 100 บาท 

กรณีเป็นบุคคลได้รับการยกเว้น หรือบุคคลซึ่งมีอายุเกิน 70 ปี
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตแห่งใดก็ได้
หลักฐาน
    1. หลักฐานที่แสดงว่าเป็นบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีบัตร เช่น หนังสือสุทธิของพระ หรือหนังสือ
เดินทางกรณีเป็นผู้ที่อยู่ระหว่างศึกษาที่ต่างประเทศ
    2. กรณีไม่มีหลักฐานแสดงการเป็นผู้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีบัตร
        - หลักฐานอื่น ๆ ที่ทางราชการออกให้ (ถ้ามี)
        - เจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือรับรอง

กรณีเป็นบุคคลซึ่งพ้นสภาพได้รับการยกเว้น
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตแห่งใดก็ได้
หลักฐาน
     หลักฐานที่แสดงว่าพ้นจากสภาพได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีบัตร เช่น หนังสือเดินทางและเอกสารที่แสดงว่า
เป็นผู้สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ หรือหนังสือสำคัญของเรือนจำหรือทัณฑสถาน
ข้อควรทราบ : ยื่นคำขอภายใน 60 วัน นับแต่วันที่พ้นสภาพได้รับการยกเว้น หากเกินกำหนดมีโทษ
ปรับไม่เกิน 100 บาท

กรณีเป็นบุคคลซึ่งได้สัญชาติไทย หรือได้รับอนุมัติให้มีสัญชาติไทย หรือได้กลับคืนสัญชาติไทย
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตแห่งใดก็ได้
หลักฐาน
   1. กรณีได้สัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติเป็นไทยหรือได้กลับคืนสัญชาติไทยใช้หนังสือสำคัญการแปลง
สัญชาติเป็นไทยหรือหนังสือสำคัญแสดงการได้กลับคืนสัญชาติไทย
   2. กรณีขอมีบัตรเป็นครั้งแรกโดยมีบิดาและมารดาเป็นบุคคลต่างด้าว ใช้หลักฐานใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
ของบิดามารดา หากถึงแก่ความตายให้นำมรณบัตรของผู้ที่ถึงแก่ความตายไปแสดง
   3. หลักฐานอื่น ๆ ที่ทางราชการออกให้ (ถ้ามี)
   4. เจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือรับรอง
ข้อควรทราบ : ยื่นคำขอภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับสัญชาติไทย หากเกินกำหนดมีโทษปรับไม่เกิน 100 บาท

การขอมีบัตรใหม่

กรณีบัตรเดิมหมดอายุ
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตแห่งใดก็ได้
หลักฐาน
   - บัตรประจำตัวประชาชนเดิมที่หมดอายุ
ข้อควรทราบ : ยื่นคำขอภายใน 60 วัน นับแต่วันที่บัตรเดิมหมดอายุ เกินกำหนดมีโทษปรับไม่เกิน 100 บาท

กรณีบัตรเดิมสูญหายหรือถูกทำลาย
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตแห่งใดก็ได้
หลักฐาน
   - หลักฐานที่ทางราชการที่มีรูปถ่าย เช่น ใบขับขี่ วุฒิการศึกษา หรือหนังสือเดินทาง เป็นต้น หากไม่มีให้พาเจ้าบ้านหรือบุคคลที่น่าเชื่อถือมาให้การรับรอง
ค่าธรรมเนียม : ฉบับละ 20 บาท
ข้อควรทราบ : ยื่นคำขอภายใน 60 วัน นับแต่วันที่บัตรหายหรือถูกทำลาย หากเกินกำหนดมีโทษปรับ
ไม่เกิน 100 บาท

การขอเปลี่ยนบัตร

กรณีบัตรเดิมชำรุดในสาระสำคัญ
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตแห่งใดก็ได้
หลักฐาน
   - บัตรประจำตัวประชาชนเดิมที่ชำรุด
ค่าธรรมเนียม : ฉบับละ 20 บาท
ข้อควรทราบ : ยื่นคำขอภายใน 60 วัน นับแต่วันที่บัตรเดิมชำรุดในสาระสำคัญ เกินกำหนดมีโทษปรับ
ไม่เกิน 100 บาท

กรณีเปลี่ยนชื่อตัว – ชื่อสกุล
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตแห่งใดก็ได้
หลักฐาน
   1. บัตรประจำตัวประชาชนเดิม
   2. หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว - ชื่อสกุล แล้วแต่กรณี
ค่าธรรมเนียม : ฉบับละ 20 บาท
ข้อควรทราบ : ยื่นคำขอภายใน 60 วัน นับแต่วันที่แก้ไขรายการในทะเบียนบ้าน หากเกินกำหนดมีโทษ
ปรับไม่เกิน 100 บาท

กรณีเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ตามหลักฐานทะเบียนบ้านและบัตรเดิมยังไม่หมดอายุ
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตแห่งใดก็ได้
หลักฐาน
   - บัตรประจำตัวประชาชนเดิม
ค่าธรรมเนียม : ฉบับละ 20 บาท

กรณีอื่นๆ เช่นการเปลี่ยนคำนำหน้านาม
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตแห่งใดก็ได้
หลักฐาน
   - บัตรประจำตัวประชาชนเดิม
   - หลักฐานแสดงการเปลี่ยนคำนำหน้านาม เช่น ทะเบียนสมรส ฯลฯ

การขอมีบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน

คุณสมบัติผู้ขอมีบัตร
   1. อายุตั้งแต่ 5 ปีบริบูรณ์
   2. มีชื่อในทะเบียนบ้านหรือทะเบียนประวัติ 
ยื่นคำขอได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่ผู้นั้นมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหรือทะเบียนประวัติ
หลักฐาน
   1. สำเนาทะเบียนบ้านหรือทะเบียนประวัติ
   2. บัตรประจำตัวเดิม (กรณีบัตรหมดอายุ ชำรุด หรือขอเปลี่ยนบัตร)
   3. เอกสารราชการอื่น เช่น ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ใบตอบรับการสำรวจ เพื่อจัดทำทะเบียนสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน
ค่าธรรมเนียม : 60 บาท ยกเว้นการทำบัตรครั้งแรกของผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี 
ข้อควรทราบ : ยื่นคำขอภายใน 60 วัน นับแต่วันที่อายุครบ 5 ปีบริบูรณ์ หรือเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน
หรือทะเบียนประวัติ หรือบัตรเดิมหมดอายุ สูญหาย ถูกทำลาย ชำรุด หรือวันที่มีการแก้ไขรายการชื่อตัว-ชื่อสกุล
วันเดือนปีเกิดในเอกสารทะเบียนราษฎร หากเกินกำหนดมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

การตรวจ คัดและรับรองสำเนารายการเกี่ยวกับบัตร
ยื่นคำขอได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตแห่งใดก็ได้
หลักฐาน
    1. กรณีดำเนินการด้วยตนเอง ใช้บัตรประจำตัวของเจ้าของรายการบัตร
    2. กรณีมอบอำนาจ
        - บัตรประจำตัวผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ
        - หนังสือมอบอำนาจ (ติดอากรแสตมป์)
    3. กรณีผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงขอคัดรายการบัตรของบุคคลอื่น
        - บัตรประจำตัวของผู้ยื่นคำขอ
        - เอกสารหลักฐานที่แสดงได้ว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงกับรายการบัตรที่จะขอตรวจ คัดและรับรอง
ค่าธรรมเนียม : ฉบับละ 10 บาท
 
การจดทะเบียนสมรส
คุณสมบัติของผู้จดทะเบียนสมรส
    1. ชาย-หญิงมีอายุไม่ต่ำกว่า 17 ปีบริบูรณ์
    2. ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือไร้ความสามารถ
    3. ไม่เป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือลงมา ไม่เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมแต่บิดาหรือมารดา
    4. ผู้รับบุตรบุญธรรมจะสมรสกับบุตรบุญธรรมไม่ได้
    5. ไม่เป็นคู่สมรสกับบุคคลอื่น
    6. หญิงหม้ายจะสมรสใหม่ได้ก็ต่อเมื่อการสมรสครั้งก่อนสิ้นสุดไปแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 310 วัน เว้นแต่
        - คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น
        - สมรสกับคู่สมรสเดิม
        - มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์
        - ศาลมีคำสั่งให้สมรสได้
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตแห่งใดก็ได้
หลักฐาน
   1. บัตรประจำตัวของผู้ร้อง
   2. สำเนาทะเบียนบ้าน
   3. กรณีผู้ร้องยังไม่บรรลุนิติภาวะ (20 ปีบริบูรณ์) บิดา มารดา ผู้ใช้อำนาจปกครอง ต้องให้ความยินยอมด้วยตนเอง หากไม่สามารถมาด้วยตนเองได้ให้ใช้หนังสือให้ความยินยอม
   4. กรณีผู้ร้องเคยจดทะเบียนสมรสมาก่อน ให้ใช้หลักฐานการหย่า เช่น ใบหย่า
   5. กรณีคู่สมรสตาย ให้ใช้หลังฐานการตาย เช่น มรณบัตร
   6. กรณีคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล ต้องใช้คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลที่ให้จดทะเบียน
   7. พยานอย่างน้อย 2 คน
การจดทะเบียนหย่า

ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตแห่งใดก็ได้
หลักฐาน
    1. บัตรประจำตัวของผู้ร้อง
    2. สำเนาทะเบียนบ้าน
    3. หลักฐานการสมรส
    4. หนังสือสัญญาหย่าหรือข้อตกลงการหย่าที่มีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อย 2 คน
    5. กรณีจดทะเบียนการหย่าตามคำพิพากษา ต้องใช้คำพิพากษาถึงที่สุดและคำรับรองว่าถูกต้อง
    6. หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว – ชื่อสกุล (ถ้ามี)
    7. พยานอย่างน้อย 2 คน

การจดทะเบียนรับรองบุตร

ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตแห่งใดก็ได้
หลักฐาน
    1. บัตรประจำตัวของผู้ร้อง 
    2. สำเนาทะเบียนบ้าน สูติบัตร หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว - ชื่อสกุล (ถ้ามี)
    3. เด็กและมารดาเด็กให้ความยินยอมด้วยตนเองต่อหน้านายทะเบียน
    4. กรณีเด็กและหรือมารดาเด็กไม่ได้มาให้ความยินยอมด้วยตนเอง นายทะเบียนจะมีหนังสือสอบถาม
ไปยังเด็กและมารดาว่ายินยอมหรือไม่
    5. กรณีมีคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล ต้องใช้คำพิพากษาหรือคำสั่งศาลที่ให้จดทะเบียน
    6. พยานอย่างน้อย 2 คน

การจดทะเบียนรับรองบุตรบุญธรรม
คุณสมบัติของผู้จดทะเบียน
    1. ผู้จะขอรับบุตรบุญธรรมต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และต้องมีอายุมากกว่าผู้จะเป็นบุตรบุญธรรม
อย่างน้อย 15 ปี
    2. ผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี ผู้นั้นต้องให้ความยินยอมด้วย
    3. ผู้จะขอรับบุตรบุญธรรมและผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมที่มีคู่สมรสต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสด้วย
    4. กรณีผู้จะเป็นบุตรบุญธรรมเป็นผู้เยาว์ต้องได้รับอนุมัติให้จดทะเบียนจากคณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม
ก่อน
การจดทะเบียนเลิกรับบุตรบุญธรรม

ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตแห่งใดก็ได้
หลักฐาน
   1. บัตรประจำตัวของผู้ร้อง 
   2. สำเนาทะเบียนบ้าน
   3. หนังสืออนุมัติให้รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมจากคณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม กรณีผู้จะเป็นบุตรบุญธรรม
เป็นผู้เยาว์ (กรุงเทพมหานครหรือชาวต่างประเทศที่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย ยื่นเรื่องราว ณ ศูนย์อำนวยการ
รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ส่วนต่างจังหวัด ยื่นเรื่องราวที่ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงาน
พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด)
   4. กรณีบุตรบุญธรรมหรือผู้รับบุตรบุญธรรมมีคู่สมรส คู่สมรสต้องให้ความยินยอม หากไม่สามารถมาให้
ความยินยอมด้วยตนเองให้ใช้หนังสือให้ความยินยอม
   5. กรณีการการอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมต้องใช้คำพิพากษาหรือคำสั่งศาล
   6. พยานอย่างน้อย 2 คน

การบันทึกฐานะแห่งครอบครัว

ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตแห่งใดก็ได้หลักฐาน
หลักฐาน
   1. บัตรประจำตัวของผู้ร้อง 
   2. สำเนาทะเบียนบ้าน
   3. สำเนาทะเบียนรับบุตรบุญธรรม 
   4. กรณีบุตรบุญธรรมเป็นผู้เยาว์ ต้องมีหนังสือรับรองว่าได้เข้าสู่กระบวนการเยียวยาจากกรมพัฒนาสังคม
และสวัสดิการ และต้องได้รับความยินยอมจากผู้ที่ให้ความยินยอมในขณะจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม
   5. กรณีมีคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล ต้องใช้คำพิพากษาหรือคำสั่งศาล
   6. พยานอย่างน้อย ๒ คน

การบันทึกฐานะแห่งครอบครัว

ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตแห่งใดก็ได้
หลักฐาน
   1. บัตรประจำตัวของผู้ร้อง 
   2. สำเนาทะเบียนบ้าน
   3. หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนครอบครัว เช่น สมรส หย่า รับบุตรบุญธรรม ฯลฯ หรือเอกสารอันเป็น หลักฐานแห่งการนั้นที่ทำขึ้นในต่างประเทศ ซึ่งได้รับการแปลเป็นภาษาไทยและรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ
หรือสถานทูตสถานกงสุลของไทย หรือสถานทูตสถานกงสุลของประเทศนั้น ๆ แล้ว
   4. พยานอย่างน้อย ๒ คน
ข้อควรทราบ : ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายมีสัญชาติไทยและได้มีการจดทะเบียนครอบครัวตาม
กฎหมายต่างประเทศ

การตรวจ คัดและรับรองสำเนาทะเบียนครอบครัว และการรับรองรายการจากฐานข้อมูลทะเบียนครอบครัว

สถานที่ยื่นคำร้อง
    - กรณีขอคัดและรับรองจากเอกสารต้นฉบับ
ยื่นคำร้องได้ที่ : สำนักทะเบียนที่จัดทำเอกสาร
    - กรณีขอคัดและรับรองรายการจากฐานข้อมูล
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตแห่งใดก็ได้
หลักฐาน
   1. บัตรประจำตัวของเจ้าของรายการหรือผู้มีส่วนได้เสีย
   2. หลักฐานการแสดงความเป็นผู้มีส่วนได้เสีย
   3. กรณีมอบอำนาจ
       - บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ 
       - หนังสือมอบอำนาจ (ติดอากรแสตมป์)

การออกหนังสือรับรองการใช้คำนำหน้านามหญิง
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตแห่งใดก็ได้
หลักฐาน
   1. บัตรประจำตัวของผู้ร้อง
   2. หลักฐานการสมรส หรือการสิ้นสุดการสมรส หรือการบันทึกฐานะแห่งครอบครัว 
 


การเปลี่ยนชื่อตัว การตั้งและเปลี่ยนชื่อรอง
หลักเกณฑ์  :
   1. ต้องไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับพระปรมาภิไธย พระนามของพระราชินีหรือราชทินนาม
   2. ต้องไม่มีคำหรือความหมายหยาบคาย
   3. ต้องไม่มีเจตนาทุจริต
   4. ผู้ที่ได้รับหรือเคยได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ แต่ได้ออกจากบรรดาศักดิ์นั้นโดยมิได้ถูกถอดถอน 
สามารถใช้ราชทินนามตามบรรดาศักดิ์นั้นเป็นชื่อตัวหรือชื่อรองก็ได้
   5. ชื่อรองที่จะขอตั้งต้องไม่พ้องกับชื่อสกุลของบุคคลอื่น ยกเว้นการใช้ชื่อสกุลของคู่สมรสเป็นชื่อรอง
แต่ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสที่ใช้ชื่อสกุลนั้นอยู่
   6. กรณีบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายมีสิทธิใช้ชื่อสกุลเดิมของมารดาหรือบิดาเป็นชื่อรองได้
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่ผู้ยื่นคำขอมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
หลักฐาน
   1. บัตรประจำตัวของผู้ยื่นคำขอ
   2. สำเนาทะเบียนบ้าน
   3. เอกสารอื่น (ถ้ามี) เช่น สูติบัตร ทะเบียนรับบุตรบุญธรรม ทะเบียนการหย่าซึ่งระบุอำนาจการปกครองบุตรฯ 
ค่าธรรมเนียม : ฉบับละ 50 บาท กรณีตั้งชื่อรองครั้งแรกไม่เสียค่าธรรมเนียม
การออกหนังสือรับรองการขอเปลี่ยนชื่อตัวของคนต่างด้าว เพื่อประกอบการขอแปลงสัญชาติ หรือขอกลับคืนสัญชาติไทย 
หลักเกณฑ์ :
    1. ต้องไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับพระปรมาภิไธย พระนามของพระราชินีหรือราชทินนาม
    2. ต้องไม่มีคำหรือความหมายหยาบคาย
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่ผู้ยื่นคำขอมีชื่ออยู่ตามหลักฐานที่ทางราชการกำหนด
หลักฐาน
    1. ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวหรือหลักฐานอื่นที่ทางราชการออกให้
    2. หลักฐานคำขอแปลงสัญชาติหรือขอกลับคืนสัญชาติไทยและเหตุผล
    3. สำเนาทะเบียนบ้าน (ถ้ามี)
การจดทะเบียนตั้งชื่อสกุลหรือขอตั้งชื่อสกุลใหม่
หลักเกณฑ์  :
    1. ต้องไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับพระปรมาภิไธย พระนามของพระราชินี
    2. ต้องไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับราชทินนาม เว้นแต่ราชทินนามของตน ของบุพการีหรือของผู้สืบสันดาน
    3. ต้องไม่ซ้ำกับชื่อสกุลที่ได้รับพระราชทานจากพระมหากษัตริย์หรือชื่อสกุลที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว หรือชื่อสกุลในฐานข้อมูลทะเบียนชื่อบุคคลและฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎร
    4. ต้องไม่มีคำหรือความหมายหยาบคาย
    5. มีพยัญชนะไม่เกินสิบพยัญชนะ เว้นแต่กรณีใช้ราชทินนามเป็นชื่อสกุล
    6. ผู้ที่ไม่ได้รับพระราชทานชื่อสกุล ห้ามใช้คำว่า “ณ” นำหน้าชื่อสกุล
    7. ห้ามเอานามพระมหานคร และศัพท์ที่ใช้เป็นพระบรมนามาภิไธยมาใช้เป็นนามสกุล
    8. ห้ามเพิ่มเครื่องหมายนามสกุล เว้นแต่เป็นราชตระกูล
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่ผู้ยื่นคำขอมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
หลักฐาน
       1. บัตรประจำตัวของผู้ยื่นคำขอ
       2. สำเนาทะเบียนบ้าน
ค่าธรรมเนียม : ฉบับละ 100 บาท
การออกหนังสือรับรองการขอจดทะเบียนชื่อสกุลของคนต่างด้าว เพื่อประกอบการขอแปลงสัญชาติ หรือขอกลับคืนสัญชาติไทย 
หลักเกณฑ์  :
   1. ต้องไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับพระปรมาภิไธย พระนามของพระราชินี
   2. ต้องไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับราชทินนาม เว้นแต่ราชทินนามของตน ของบุพการีหรือของผู้สืบสันดาน
   3. ต้องไม่ซ้ำกับชื่อสกุลที่ได้รับพระราชทานจากพระมหากษัตริย์หรือชื่อสกุลที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว หรือชื่อสกุลในฐานข้อมูลทะเบียนชื่อบุคคลและฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎร
   4. ต้องไม่มีคำหรือความหมายหยาบคาย
   5. มีพยัญชนะไม่เกินสิบพยัญชนะ เว้นแต่กรณีใช้ราชทินนามเป็นชื่อสกุล
   6. ผู้ที่ไม่ได้รับพระราชทานชื่อสกุล ห้ามใช้คำว่า “ณ” นำหน้าชื่อสกุล
   7. ห้ามเอานามพระมหานครและศัพท์ที่ใช้เป็นพระบรมนามาภิไธยมาใช้เป็นนามสกุล
   8. ห้ามเพิ่มเครื่องหมายนามสกุล เว้นแต่เป็นราชตระกูล
ยื่นคำขอได้ที่ : สำนักงานเขตที่ผู้ยื่นคำขอมีชื่ออยู่ตามหลักฐานที่ทางราชการกำหนด
หลักฐาน
   1. ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวหรือหลักฐานอื่นที่ทางราชการออกให้
   2. หลักฐานคำขอแปลงสัญชาติหรือขอกลับคืนสัญชาติไทยและเหตุผล
   3. สำเนาทะเบียนบ้าน (ถ้ามี)
การเปลี่ยนชื่อสกุลโดยการร่วมใช้ชื่อสกุล
หลักเกณฑ์
   1.ผู้จดทะเบียนตั้งชื่อสกุลจะอนุญาตให้ผู้มีสัญชาติไทยผู้ใดร่วมใช้ชื่อสกุลของตนเองก็ได้
   2.กรณีผู้จดทะเบียน ตั้งชื่อสกุลเสียชีวิตแล้ว หรือศาลมีคำสั่งถึงที่สุดว่าเป็นผู้สาบสูญ ผู้สืบสันดานของ
ผู้จดทะเบียนตั้งชื่อสกุล ในลำดับใกล้ชิดที่สุดซึ่งยังมีชีวิตอยู่และใช้ชื่อสกุลนั้นมีสิทธิอนุญาตให้ผู้มีสัญชาติไทยร่วมใช้ชื่อสกุลได้
ขั้นตอนที่ 1 เจ้าของชื่อสกุลหรือผู้มีสิทธิอนุญาตให้ร่วมใช้ชื่อสกุล
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่ผู้ยื่นคำขอมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
หลักฐาน
    1. บัตรประจำตัวของผู้ยื่นคำขอ
    2. สำเนาทะเบียนบ้าน
    3. กรณีเป็นเจ้าของชื่อสกุล ใช้หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนชื่อสกุลตามแบบ ช.2 หรือกรณีเป็นผู้มีสิทธิ
อนุญาตให้ร่วมใช้ชื่อสกุลใช้หนังสือรับรองการเป็นผู้มีสิทธิอนุญาตให้ผู้อื่นร่วมใช้ชื่อสกุลตามแบบ ช.7
ขั้นตอนที่ 2 ผู้ขอร่วมใช้ชื่อสกุล
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่ผู้ยื่นคำขอ (ผู้ร่วมใช้ชื่อสกุล) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
หลักฐาน
       1. บัตรประจำตัวของผู้ยื่นคำขอ
       2. สำเนาทะเบียนบ้าน
       3. หนังสืออนุญาตให้ร่วมใช้ชื่อสกุลตามแบบ ช. 6
ค่าธรรมเนียม : ฉบับละ 100 บาท
การออกหนังสือรับรองเป็นผู้มีสิทธิอนุญาตให้ผู้อื่นร่วมใช้ชื่อสกุล
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน  สำนักงานเขตที่ผู้ยื่นคำขอมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
หลักฐาน
    1. บัตรประจำตัวของผู้ยื่นคำขอ (ผู้สืบสันดานของผู้จดทะเบียนตั้งชื่อสกุลในลำดับที่ใกล้ชิดที่สุด
ซึ่งยังมีชีวิตอยู่และใช้ชื่อสกุลนั้น)
    2. สำเนาทะเบียนบ้าน
    3. หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนชื่อสกุลตามแบบ ช. 2 ของเจ้าของชื่อสกุล
    4. หลักฐานทางราชการที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นผู้มีสิทธิอนุญาตให้ผู้อื่นร่วมใช้ชื่อสกุลได้ เช่น สูติบัตร
ทะเบียนสมรส ทะเบียนรับรองบุตร คำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นบุตรฯ
การเปลี่ยนชื่อสกุลโดยการสมรส การสิ้นสุดการสมรส และเหตุอื่น ๆ
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่ผู้ยื่นคำขอมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
หลักฐาน
      1. บัตรประจำตัวของผู้ยื่นคำขอ
      2. สำเนาทะเบียนบ้าน
      3. บันทึกข้อตกลงการใช้ชื่อสกุลกรณีคู่สมรสประสงค์จะใช้ชื่อสกุลของอีกฝ่ายหนึ่ง หรือหลักฐานการสิ้นสุด
การสมรส หรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำเนาทะเบียนรับบุตรบุญธรรม สำเนาทะเบียนรับรองบุตร ฯลฯ
ค่าธรรมเนียม 
      1. การเปลี่ยนชื่อสกุลครั้งแรกเมื่อจดทะเบียนสมรส ไม่เสียค่าธรรมเนียม
      2. การเปลี่ยนชื่อสกุลเพราะการสมรสสิ้นสุด ไม่เสียค่าธรรมเนียม
      3. การปลี่ยนชื่อสกุลภายหลังการจดทะเบียนสมรสครั้งต่อ ๆ ไป ฉบับละ 50 บาท
      4. การเปลี่ยนชื่อสกุลเพราะเหตุอื่น ๆ ฉบับละ 100 บาท
การขอใบแทนหนังสือสำคัญกรณีชำรุดหรือสูญหาย
     หนังสือสำคัญที่จะขอให้ออกใบแทน ได้แก่ หนังสือสำคัญแสดงการเปลี่ยนชื่อตัว การตั้งหรือเปลี่ยนชื่อรอง(ช. 3) หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนชื่อสกุล (ช. 2) หนังสือสำคัญแสดงการร่วมใช้ชื่อสกุล (ช. 4) หนังสือสำคัญ
แสดงการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อสกุล (ช. 5)
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขตที่ผู้ยื่นคำขอมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
หลักฐาน
        1. บัตรประจำตัวของผู้ยื่นคำขอ 
        2. สำเนาทะเบียนบ้าน
        3. หลักฐานการแจ้งความเอกสารสูญหาย กรณีหนังสือสำคัญสูญหาย
        4. หนังสือสำคัญที่ชำรุด กรณีหนังสือสำคัญชำรุด
ค่าธรรมเนียม : ฉบับละ 25 บาท
การคัดและรับรองสำเนารายการในฐานข้อมูลทะเบียนชื่อบุคคล
ยื่นคำร้องได้ที่ : ฝ่ายทะเบียน สำนักเขตแห่งใดก็ได้
หลักฐาน
      1. บัตรประจำตัวของเจ้าของรายการหรือผู้ที่มีส่วนได้เสีย
      2. หลักฐานการเป็นผู้มีส่วนได้เสียกับรายการที่จะขอคัดและรับรอง 
      3. กรณีมอบอำนาจ
           - บัตรประจำตัวของผู้มอบและผู้รับมอบอำนาจ
           - หนังสือมอบอำนาจ (ติดอากรแสตมป์)
ค่าธรรมเนียม : ฉบับละ 10 บาท

แบบสำรวจความพึงพอใจ

พอใจมาก
พอใจปานกลาง
ไม่พอใจ


แสดงผล Poll ทั้งหมด